เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านระบบ E-Meeting ณ สำนักงานใหญ่ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7% ของราคาหุ้น ด้วยผลการดำเนินงานปี 2568 ที่โดดเด่นสามารถสร้างผลเรียกเก็บได้มากถึง 17,857 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 15,161 ล้านบาท หรือเติบโตถึง 18% พร้อมกำไรสุทธิ 1,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน สะท้อนสถานะของ BAM ในฐานะหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ โดยกำหนด Record Date วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พร้อมกันนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการจ่ายเงินปันผลในลักษณะ 2 ครั้งต่อปี คาดว่าตั้งแต่ปี 2570 เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของกระแสเงินสดให้กับผู้ถือหุ้น แสดงถึงศักยภาพการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับการจ่ายปันผลครั้งนี้สะท้อน “กระแสเงินสดแข็งแกร่ง” และความสามารถในการบริหารพอร์ต NPL–NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่แนวโน้มธุรกิจยังมีอัพไซด์จากวัฏจักรหนี้ที่เข้าสู่ช่วงโอกาสของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ จุดเด่นที่นักลงทุนจับตา
•โมเดลธุรกิจ “Business Recycling Machine” เปลี่ยนหนี้เสียเป็นโอกาส สร้างรายได้ต่อเนื่อง
•เร่งเครื่อง TDR Factory ใช้ AI เพิ่มสปีดการปรับโครงสร้างหนี้
•เดินหน้า NPA Partnership ปลดล็อกมูลค่าทรัพย์ เร่งการขายและการหมุนเงินสด
•โอกาสเติบโตตามทิศทาง NPL ในระบบที่ยังอยู่ในระดับสูง
ในขณะที่ทิศทางปี 2569 BAM ยังได้ต่อยอดการเติบโตผ่านโครงการ “ทรัพย์มหาชนพลัส” ควบคู่กับ BAM e-Marketplace เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินทรัพย์ให้กับนักลงทุนและประชาชนในวงกว้าง ช่วยเร่งการหมุนเวียนทรัพย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ พร้อมกันนี้ BAM ยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรม Roadshow เพื่อขยายฐานนักลงทุนสถาบัน สอดรับกับการขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนผ่านการลงนาม MOU ในโครงการต่างๆ เช่น โครงการทรัพย์มหาชนพลัสที่มุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทรัพย์สินในราคาที่เหมาะสม พร้อมสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของสินทรัพย์ในระดับประเทศ เพื่อนำสู่เป้าหมายผลเรียกเก็บ 17,900 ล้านบาท ในปี 2569

นอกจากนี้ อีกหนึ่งเสาหลักเชิงกลยุทธ์ของการยกระดับองค์กรในปีนี้ คือการเสริมความแข็งแกร่งของคณะกรรมการบริษัท โดยแต่งตั้ง นายเดช ฐิติวณิช ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT, Cybersecurity และ Data Analytics จากธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัท การเข้ามาของกรรมการสายเทคโนโลยีในครั้งนี้ถือเป็น “Game Changer” ที่จะช่วยเร่งการทรานส์ฟอร์ม BAM สู่องค์กรขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) อย่างเต็มรูปแบบ เพิ่มความแม่นยำในการบริหารหนี้ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม BAM ยังคงตอกย้ำจุดยืนการเป็นหุ้นที่มีทั้ง “Yield + Growth + Story” โดยมีฐานรายได้จากการบริหารสินทรัพย์ที่มั่นคง กระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และโอกาสเติบโตจากวัฏจักรหนี้ รวมถึง Upside จากการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ภายใต้บทบาท “โรงพยาบาลแก้หนี้” ของประเทศ เพื่อให้ BAM เป็นหนึ่งในหุ้น High Dividend (HD) ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น ติดอันดับ Top 10 หุ้นปันผลของตลาด สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน จนเกิดเป็นภาพจำในตลาดว่า “คิดอะไรไม่ออก บอก BAM” ในฐานะหุ้นทางเลือกสำหรับพอร์ตระยะยาว โดย BAM ไม่เพียงสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับลูกหนี้ นักลงทุน และภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน
#BAM #ตอกย้ำหุ้นปันผลโตระยะยาว



