เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบเงินค่าสินไหมทดแทนตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ กรณีการเสียชีวิตของนางเกศริน ต่าสินิ อายุ 54 ปี จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ ดร.พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย เข้าร่วมพิธี พร้อมเชื่อมต่อผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom) ไปยังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยทายาทของผู้เสียชีวิตเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ ได้มีการโอนเงินค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ จำนวน 2,000,000 บาท ให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว นับเป็นการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตรายแรกภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และลำพูนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยระบุว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสูญเสียและความเดือดร้อนของประชาชน และให้ความสำคัญกับการนำระบบประกันภัยมาเป็นกลไกรองรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองและความช่วยเหลือตามสิทธิอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ แม้เงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000,000 บาท จะไม่สามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ แต่หวังว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นหลักประกันให้ครอบครัวสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือในการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาตามสิทธิและสามารถฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ได้โดยเร็ว

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ได้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 2 หลัง ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นางเกศริน ต่าสินิ อายุ 54 ปี โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 สำนักงาน คปภ. ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้ประสานการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เพื่อติดตามสถานการณ์ความเสียหาย ชี้แจงสิทธิประโยชน์ตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบสิทธิและยื่นคำขอรับค่าสินไหมทดแทน โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประสานการดำเนินงานในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติเป็นการนำระบบประกันภัยมาช่วยรองรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โดยรัฐบาลจัดให้มีความคุ้มครองครอบคลุม 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม ครอบคลุมบ้านเรือนประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น โดยกรณีอุทกภัย มีค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหวมีค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท พร้อมความคุ้มครองเพิ่มเติมตามความเสียหายและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ส่วนกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ วงเงิน 2,000,000 บาทต่อคน และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง วงเงิน 200,000 บาทต่อคน
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการเสียชีวิตของนางเกศริน ถือเป็นกรณีแรกที่ได้รับค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยสำนักงาน คปภ.ได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สมาคมประกันวินาศภัยไทย บริษัทผู้รับประกันภัย และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสิทธิและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จนสามารถดำเนินการโอนค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000,000 บาทให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตได้เรียบร้อยแล้วในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกลไกการคุ้มครองและการเยียวยาผู้ประสบภัย ผ่านระบบประกันภัยเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นจริง

ด้าน ดร.พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงาน คปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ บริหารจัดการกระบวนการรับแจ้งเหตุและพิจารณาสินไหมทดแทน จนสามารถดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีแรกภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้สำเร็จ พร้อมทั้งจะเดินหน้าสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้รับความคุ้มครองและการเยียวยาตามสิทธิอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

ภายหลังการมอบเงินค่าสินไหมทดแทน ทายาทของผู้เสียชีวิตซึ่งเข้าร่วมพิธีผ่านระบบประชุมทางไกลจาก ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้ความช่วยเหลือและ ประสานการดำเนินงานตามสิทธิความคุ้มครองอย่างรวดเร็ว จนได้รับค่าสินไหมทดแทน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงินของครอบครัวภายหลังการสูญเสีย
สำนักงาน คปภ. จะบูรณาการความร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สมาคมประกันวินาศภัยไทย บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยได้อย่างทั่วถึง โดยสามารถแจ้งความเสียหายและยื่นคำขอรับค่าสินไหมทดแทนผ่านเว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org LINE Official Account @ThaiNATCAT
ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 หรือจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ประสบภัย หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิความคุ้มครองด้านประกันภัย สามารถติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186
#คปภ #OIC #นายกรัฐมนตรีมอบเงินสินไหมประกันภัยพิบัติแห่งชาติ #แก่ทายาทผู้เสียชีวิต #น้ำป่าไหลหลากเชียงใหม่




