กรุงเทพฯ 4 มีนาคม 2569 – กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย พร้อมประกาศความสำเร็จในการยกระดับทักษะกำลังคนครั้งใหญ่ผ่านโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

ในกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์ชุมชนเชื่อมโยงเครือข่ายภายใต้หลักสูตร “Master Thai Chef Program” มุ่งปั้น 20,000 เชฟทักษะสูงสู่การเป็นกำลังคนขับเคลื่อนยกระดับเมนูไทยสู่สินค้าพรีเมียมในเวทีโลก พร้อมสร้างระบบนิเวศการค้าที่ยั่งยืนเชื่อมโยงวัตถุดิบชุมชนต้นน้ำสู่ธุรกิจปลายน้ำ เพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 3,300 ล้านบาท และเสริมเกราะป้องกันผู้ประกอบการด้วย Made by Thai และ เทคโนโลยี Data Analytics รับมือมาตรการกีดกันทางการค้าและนโยบายภาษีนำเข้าใหม่จากตลาดโลก

ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย แต่ด้วยปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายภาษีนำเข้าใหม่จากตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) ที่เข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น ในปี 2569 นี้ กระทรวงอุตสาหกรรม จึงตั้งเป้าหมายยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม เพื่อรับมือกับปัจจัยท้าทายรอบด้านและมุ่งเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกเพื่อเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน และเทรนด์อาหารในเวทีโลกอย่างแท้จริง โดยการเร่งการยกระดับผู้ประกอบการไปสู่ประสิทธิภาพขั้นสูงและการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Made by Thai) ด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานและระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่เน้นการผลิตจากผู้ประกอบการไทยที่สนับสนุนการใช้วัตถุดิบผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ แรงงาน บริการ และทรัพยากรภายในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารรายย่อยที่มีกว่า 4 แสนรายทั่วประเทศ จากการประกอบธุรกิจในรูปแบบเดิมจะต้องปรับเปลี่ยนโดยหันมาใช้เทคโนโลยี Data Analytics มาเป็นอาวุธ ให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและช่วยในการอ่านใจตลาดโลกเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงจุดและแม่นยำ พร้อมทั้งต้องเร่งปรับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ยังพุ่งสูง


“การปั้นเชฟกว่า 20,000 คน ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ
พ.ศ. 2568 เป็นการสร้างเพิ่มคุณภาพให้แก่อาหารไทยและช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของอาหาร โดยเชฟเหล่านี้จะเป็นตัวกลางสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเมนูอาหารไทยให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยนำพาอาหารไทยให้ไปผงาดในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน”

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยมีบทบาทสำคัญต่อ GDP ประเทศอย่างมาก โดยทำหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงสู่ภาคการท่องเที่ยว การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในสาขาอาหารไทยจึงถือเป็นการหยิบทุนทางวัฒนธรรมที่คนทั่วโลกยอมรับ มาต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ความสามารถ และทรัพย์สินทางปัญญา

เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม โดยผสมผสานองค์ความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
กระทรวงฯ มุ่งเน้นปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ
ให้มีความเข้มแข็ง พัฒนาระบบนิเวศการดำเนินธุรกิจ ส่งเสริมการประกอบกิจการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
รวมถึงสนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อยกระดับสินค้าทั้งด้านมาตรฐานและดีไซน์
ให้ทันสมัย โดดเด่น แตกต่าง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ยังมุ่งขับเคลื่อน Soft Power ผ่านการส่งเสริมและพัฒนา เพื่อต่อยอดการนำวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาใช้ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งมอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการเผยแพร่ให้เกิดการสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านสาขาต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ การจัดงานมหกรรมเสน่ห์ไทย การผลิตและเผยแพร่ภาพยนตร์
ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารไทย ก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับสากล นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับการยกระดับบุคลากรและผลิตภัณฑ์ไทยผ่านการเพิ่มทักษะใหม่ (Upskill) และเสริมทักษะเดิม (Reskill) โดยการเร่งสร้างเชฟอาหารไทยทักษะสูงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่าน “หลักสูตร


Confident senior Asian chef man in dress uniform standing and arms crossed with various vegetables in kitchen restaurant. Cooking and food concept

เชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program)” เพื่อให้คนไทยสามารถสร้างงานและรายได้ที่มั่นคง รองรับการเปลี่ยนผ่านจาก “ครัวของโลก” สู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาหารระดับโลก” โดยใช้พลังของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในการพัฒนาเชฟชุมชนสู่เชฟอาชีพ ผ่านการ Upskill-Reskill ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ รสชาติสากล และการสร้างแบรนด์ท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจประเทศและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อม ได้ดำเนิน “โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” อย่างเข้มข้นผ่านการฝึกอบรม
ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างอัตลักษณ์ภูมิปัญญาอาหาร 4 ภาค ไปจนถึงภาษาอังกฤษสำหรับงานครัว พร้อมการเรียนรู้ผ่านภาคปฏิบัติเพื่อพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น การปรุงอาหารและการจัดการครัวตามมาตรฐานสากล จนสามารถบ่มเพาะเชฟทักษะสูงได้กว่า 20,000 คน ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แสดงให้เห็นถึงความต้องการ
ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของบุคลากรในอุตสาหกรรมสาขาอาหาร โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับการรับรอง
ตามมาตรฐานวิชาชีพ อาทิ ประกาศนียบัตรสมรรถนะผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 4 จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ประกาศนียบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสาขาผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 1 จากกรมพัฒนา ฝีมือแรงงาน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80 จากผู้ที่เข้ารับการอบรม ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ไม่น้อยกว่า 3,300 ล้านบาท และจะเกิดการกระจายรายได้กลับสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
โดยกิจกรรมในวันนี้ ได้รวมตัวแทนเชฟชุมชนกว่า 1,500 คน พร้อมการแสดง Showcase เครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารที่ครบวงจรที่สุดกว่า 100 บูธนิทรรศการ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบคุณภาพและอัตลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ ข้าวหอมมะลิและสมุนไพรนานาชนิด กลางน้ำ ที่เป็นกลุ่มธุรกิจแปรรูปและหน่วยงานรับรองมาตรฐานระดับสากล และปลายน้ำ ที่เป็นธุรกิจบริการอาหาร การตกแต่ง และแพลตฟอร์ม Delivery ต่าง ๆ โดยโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างอาชีพให้คนไทย แต่เชฟเหล่านี้จะเป็น “ทูตวัฒนธรรมอาหารไทย” ที่ถ่ายทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่มีเสน่ห์สู่สายตาชาวโลก อันจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของคนไทย

เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจชุมชนและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
“ดีพร้อมเชื่อมั่นว่าโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ไม่เพียงสร้างทักษะอาชีพให้คนไทย แต่พลังสร้างสรรค์จากอาหารไทยที่เชฟชุมชนได้รังสรรค์เมนู จะเป็นการบอกเล่าคุณค่า เรื่องราว และความมีเสน่ห์ของอาหารไทยให้เป็นที่รู้จัก เกิดการยอมรับในระดับนานาชาติ และยิ่งไปกว่านั้นคือ
การเป็นทูตวัฒนธรรมด้านอาหารไทยที่สามารถถ่ายทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยให้เป็นที่ประจักษ์ แก่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังเป็นก้าวแรกในการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน อาหารภูมิปัญญาไทยสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และพัฒนาศักยภาพของคนไทยเพื่อ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างรากฐานให้กับเศรษฐกิจชุมชน อันจะนำไปสู่
การขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ต่าง ๆ ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
#กระทรวงอุตสาหกรรม #หนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยกลุ่มอาหาร #ดันหลักสูตรMasterThaiChefProgram



