ทันตแพทย์ไทยส่งสัญญาณเตือน “นิโคตินถุง” หรือ Nicotine Pouches ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ปลอดภัย แม้ไม่มีควัน ไม่มีกลิ่น เปิดผลวิจัยยืนยันการนำสารนิโคตินไปสัมผัสกับเยื่อบุช่องปากโดยตรง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเหงือก เนื้อเยื่อในช่องปาก รอยโรค และการเสพติดนิโคติน โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน พร้อมสนับสนุนนโยบายห้ามผลิต ห้ามนำเข้า และห้ามขายนิโคตินถุงในประเทศไทย ก่อนปัญหาลุกลาม
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ – โครงการทันตบุคลากรไทยเพื่อการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า โดย ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย และภาคีเครือข่าย จัดเวทีเสวนาวิชาการ “LUNCH SYMPOSIUM 2026 : WHAT DENTISTS SEE” เพื่อเตือนอันตรายจากการใช้นิโคตินถุง หรือ Nicotine Pouches ซึ่งทันตแพทย์พบจากผู้ป่วย ทั้งรอยโรคและความผิดปกติในช่องปาก พร้อมเตือนภัยความเสี่ยงจากการสัมผัสนิโคตินโดยตรง และกังวลต่อแนวโน้มการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินที่อาจเข้าถึงเยาวชนได้ง่ายขึ้นผ่านภาพลักษณ์ของสินค้าใหม่ที่ดูทันสมัยและไม่เหมือนบุหรี่

ทันตแพทย์ อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา ประธานโครงการทันตบุคลากรไทยเพื่อการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า กล่าวว่า แม้การสูบบุหรี่ในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลง แต่อุตสาหกรรมยาสูบได้ปรับตัวผ่านผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะ Nicotine Pouches หรือนิโคตินถุง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น และอาจสร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยกว่า
“ในฐานะวิชาชีพที่ทำงานใกล้ชิดกับสุขภาพช่องปากของประชาชน เราเริ่มเห็นสัญญาณเตือนสำคัญ ทั้งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อในช่องปาก ความเสี่ยงของการเสพติดนิโคตินในเด็กและเยาวชน ตลอดจนความท้าทายด้านการสื่อสารสาธารณะและการกำหนดนโยบายเพื่อรับมือกับผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ ซึ่งภาครัฐควรกำหนดนโยบายและออกกฎหมายควบคุมอย่างจริงจัง ก่อนที่จะลุกลามเกินแก้ไข” ทพ.อดิเรก กล่าว

การเสวนาครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ที่ร่วมกันสะท้อนปัญหาของถุงนิโคติน และการเฝ้าระวังในหลายมิติ ประกอบด้วย ดร.สุชีรา บรรลือสินธุ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (WHO)
ประจำประเทศไทย ที่นำเสนอทิศทางและบทเรียนจากนานาชาติ รศ.ภก.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. วิเคราะห์การแพร่กระจายของผลิตภัณฑ์นิโคตินและกลยุทธ์การตลาดที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ รักษาการผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ได้ชี้ให้เห็นความท้าทายเชิงนโยบายสาธารณสุข และการกำหนดมาตรการรับมือที่เหมาะสมของประเทศไทย ผศ.ดร.ทพ.ณัฐวุธ แก้วสุทธา คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้นำข้อมูลทางการแพทย์มาอธิบายถึงผลกระทบต่อเยื่อบุช่องปากและรอยโรคที่ทันตแพทย์ต้องเฝ้าระวัง ขณะที่ รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ 1600 ได้นำประสบการณ์การช่วยผู้ป่วยเลิกบุหรี่มาถ่ายทอดให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ยาสูบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเตือนภัยถึงความเสี่ยงต่อคนรุ่นใหม่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์ ณัฐวุธ แก้วสุทธา ให้ข้อมูลว่า นิโคตินถุงถูกใช้งานด้วยการวางไว้ระหว่างริมฝีปากกับเหงือก เพื่อให้นิโคตินดูดซึมผ่านเยื่อบุช่องปากเข้าสู่กระแสเลือด การสัมผัสกับเนื้อเยื่ออ่อนโดยตรงเป็นเวลานานจึงอาจทำให้เกิดการระคายเคือง รอยแดง เหงือกอักเสบ เหงือกร่น และการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณที่วางถุงเป็นประจำ หากใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน ผู้ใช้บางรายอาจพบรอยฝ้าขาวหรือรอยโรคที่มีลักษณะหนาตัวขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเนื้อเยื่อในช่องปากไม่ได้อยู่ในสภาพปกติ และหากยังสัมผัสซ้ำในบริเวณเดิมเป็นเวลานาน ก็อาจพัฒนาไปสู่รอยโรคเสี่ยงมะเร็งได้
“ในประเทศไทย เราเคยพบผู้ใช้รายหนึ่งที่ใช้นิโคตินถุงต่อเนื่องประมาณ 5-6 เดือน เมื่อนำชิ้นเนื้อไปตรวจพบการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาที่มีความเสี่ยง แม้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะกลายเป็นมะเร็งหรือไม่ แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ เนื้อเยื่อในช่องปากได้รับผลกระทบแล้ว”

ผศ.ดร.ทพ.ณัฐวุธ กล่าวย้ำว่า แม้ถุงนิโคตินจะไม่มีการเผาไหม้และไม่มีควัน แต่ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวปลอดภัย เพราะนิโคตินยังคงส่งผลต่อสมอง ระบบหัวใจและหลอดเลือด และทำให้เกิดการเสพติดได้ โดยผู้ที่ไม่เคยได้รับนิโคตินมาก่อนอาจมีอาการใจสั่น หน้ามืด เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรืออาเจียน
“อันตรายน้อยกว่า ไม่ได้มีความหมายเดียวกับคำว่า ปลอดภัย และประชาชนไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างบุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้า หรือนิโคตินถุง เพราะทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือการไม่เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินตั้งแต่แรก” ผศ.ดร.ทพ.ณัฐวุธ กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร.ศิริวิมล ศรีสวัสดิ์ นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ประกาศเจตนารมณ์ในนามของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และวิชาชีพทันตแพทย์ โดยย้ำว่า ผลิตภัณฑ์นิโคตินถุงมิใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอย่างที่มีการกล่าวอ้าง เพราะสัมผัสกับเยื่อบุช่องปากโดยตรง เพิ่มความเสี่ยงต่อรอยโรค มะเร็งช่องปาก และอาจส่งผลต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด ระบบประสาท และพัฒนาการทางสมองของเด็กและเยาวชน
“ในนามของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และวิชาชีพทันตแพทย์ ขอประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่ายินดีสนับสนุนนโยบายห้ามผลิต ห้ามนำเข้า และห้ามขายนิโคตินถุงในประเทศไทยอย่างเต็มที่ พร้อมเรียกร้อง
ให้มีการกำกับดูแลนิโคตินถุงในทางกฎหมายเสมือนบุหรี่ไฟฟ้า มิใช่ปล่อยให้สามารถจำหน่ายได้ดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” รศ.ทพญ.ดร.ศิริวิมล กล่าว

นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ย้ำว่า จุดยืนดังกล่าวตั้งอยู่บนความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน พร้อมยืนยันว่า ทันตแพทยสมาคมฯ พร้อมจับมือกับกระทรวงสาธารณสุข สสส. สายด่วนเลิกบุหรี่ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการปกป้องสุขภาพช่องปากและสุขภาพโดยรวมของคนไทยในระยะยาวต่อไป
#ทันตแพทย์ไทยส่งสัญญาณเตือน #นิโคตินถุงไม่ใช่ทางเลือกปลอดภัย #ห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชน



