ปากซอง–จำปาศัก, สปป.ลาว – ท่ามกลางการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน–รัสเซีย และการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับตลาดยูเรเซีย บริษัท เอ็ม ยูนิฟายด์ จำกัด (M UNIFIED CO., LTD.) ของไทย และบริษัท กั๊ทเก๋ ลาว โซเล จำกัด (CAT QUE LAO SOLE CO., LTD.) ผู้ผลิตกาแฟรายสำคัญจากแขวงจำปาศัก สปป.ลาว ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) เพื่อสร้างความร่วมมือทางธุรกิจระยะยาวด้านการผลิต การแปรรูป และการจัดจำหน่ายเมล็ดกาแฟลาวคุณภาพสูง โดยมีเป้าหมายผลักดัน “กาแฟที่ราบสูงโบลาเวน” จากเมืองปากซอง สู่ตลาดประเทศไทย สหพันธรัฐรัสเซีย กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) และยุโรป

ความร่วมมือดังกล่าวลงนามระหว่าง นางสาวภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม ยูนิฟายด์ จำกัด ในฐานะผู้แทนจำหน่าย และนาย Nguyen Duy Vinh รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กั๊ทเก๋ ลาว โซเล จำกัด ในฐานะผู้ผลิต ณ เมืองปากซอง แขวงจำปาศัก สปป.ลาว เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับห่วงโซ่มูลค่ากาแฟของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ให้กับสินค้าเกษตรคุณภาพของอาเซียนในตลาดโลก


ทั้งสองฝ่ายระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความโปร่งใส และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมกาแฟของลาว ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการค้าในระดับสากล ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตต้นน้ำกับเครือข่ายตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว บริษัท กั๊ทเก๋ ลาว โซเล จำกัด ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่บนที่ราบสูงโบลาเวน แหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงระดับโลก จะเป็นผู้ผลิตและจัดหาเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า โรบัสต้า และเอ็กเซลซา รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกาแฟ ขณะที่บริษัท เอ็ม ยูนิฟายด์ จำกัด จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายและตัวแทนการค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สหพันธรัฐรัสเซีย กลุ่มประเทศ CIS และยุโรป

ทั้งสองบริษัทตั้งเป้าพัฒนาตลาดและเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกันในระดับ 3,000-5,000 เมตริกตันต่อปี โดยจะพิจารณาปริมาณการส่งออกตามศักยภาพการผลิตและความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพการส่งออกกาแฟลาวสู่ตลาดโลก
นอกจากนี้ ยังได้วางแนวทางด้านโลจิสติกส์ที่ยืดหยุ่น ทั้งการขนส่งผ่านท่าเรือแหลมฉบัง การใช้เส้นทางขนส่งผ่านด่านปากซอง–ปากเซ และการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ระบบรางเชื่อมจีน–รัสเซีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และรองรับการขยายตัวของตลาดในอนาคต
ข้อตกลงยังครอบคลุมถึงการรักษาเสถียรภาพตลาด การป้องกันการส่งออกซ้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อราคา การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน โดยให้สิทธิ์แก่ผู้แทนจำหน่ายในการพิจารณาเป็นลำดับแรก หากมีการพัฒนากาแฟสายพันธุ์ใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและสหพันธรัฐรัสเซีย ในโอกาสครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน–รัสเซีย โดยเฉพาะการส่งเสริมการค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างภูมิภาค ซึ่งกาแฟถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายตลาดสู่ผู้บริโภคระดับสากล


สำหรับพื้นที่ปากซอง แขวงจำปาศัก ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมกาแฟลาว เนื่องจากตั้งอยู่บนที่ราบสูงโบลาเวน ซึ่งมีระดับความสูง สภาพภูมิอากาศ และความอุดมสมบูรณ์ของดินที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้กาแฟจากพื้นที่ดังกล่าวได้รับการยอมรับในตลาดโลกด้านคุณภาพ กลิ่นหอม และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของ สปป.ลาว
ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเชื่อมโยงผู้ผลิตจากต้นน้ำกับผู้ทำตลาดในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการยกระดับห่วงโซ่มูลค่ากาแฟของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในภูมิภาค และการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย ลาว อาเซียน และรัสเซียให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ภายใต้เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว
#ไทยลาวจับมือดันกาแฟอาเซียน #35ปีความสัมพันธ์อาเซียนรัสเซีย #เอ็มยูนิฟายด์
#กั๊ทเก๋ลาวโซเล #ปักฐานปากซองจำปาศัก #เจาะตลาดไทยรัสเซียและยุโรป



