ที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ผลักดันแม่สอดสู่การเป็น “เมืองชายแดนระดับสากล” (International Border City) โดยระบุว่า แม่สอดเป็นเมืองชายแดนที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านการเกษตร การค้าชายแดน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนหมอนทอง อะโวคาโด กล้วยหอมสายพันธุ์คาเวนดิช และแก้วมังกร รวมถึงมีโอกาสต่อยอดการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเมืองและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้เต็มศักยภาพ

นายจักรภพกล่าวว่า รัฐบาลควรมองการพัฒนาเมืองชายแดนด้วยวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค

อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพัฒนาประเทศควรมี “ภาพใหญ่” เป็นเป้าหมาย เปรียบเสมือนการต่อภาพจิ๊กซอว์หรือประกอบตัวต่อเลโก้ ที่ต้องมองเห็นภาพปลายทางก่อน แล้วจึงเชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาเป็นระบบ ลดความสูญเสียด้านเวลาและทรัพยากร และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าการดำเนินงานแบบแยกส่วน

นายจักรภพยังเห็นว่า แม่สอดมีข้อได้เปรียบจากการเป็นเมืองการค้าชายแดนมาอย่างยาวนาน ประชาชนในพื้นที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าข้ามพรมแดนเป็นทุนเดิม สิ่งที่ภาครัฐควรดำเนินการ คือ ทำความเข้าใจธรรมชาติของเมืองชายแดน และกำหนดทิศทางที่ชัดเจนว่าจะให้น้ำหนักกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือการบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ด้านความมั่นคงกับเศรษฐกิจ

“ผมขอเสนอให้มีการทบทวนแนวทางบริหารจัดการเมืองชายแดนในหลายมิติ ทั้งด้านกฎหมาย การค้าชายแดน ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงการแยกแยะกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายออกจากปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ของแม่สอดถูกจำกัดอยู่เพียงประเด็นทุนสีเทาหรือขบวนการสแกมเมอร์ ทั้งที่ยังมีภาคเศรษฐกิจที่สุจริตและมีศักยภาพอีกจำนวนมาก” นายจักรภพกล่าว

นายจักรภพ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยจำเป็นต้องมองเมืองชายแดนภายใต้บริบทของเศรษฐกิจยุคใหม่และการแข่งขันของมหาอำนาจ โดยเฉพาะบทบาทของจีนและอินเดีย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาค หากไทยยังขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน อาจตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบจากการแข่งขันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการกำหนดนโยบายที่ยึดผลประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศมากกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับศักยภาพและข้อเท็จจริงของพื้นที่ เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาเมืองชายแดนอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อว่าแม่สอดสามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดนระดับสากลได้ หากได้รับการพัฒนาอย่างมีวิสัยทัศน์และต่อเนื่องในระยะยาว

“เมืองชายแดนไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่รอยต่อของประเทศ แต่เป็นพื้นที่บรรจบของเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และอำนาจจากหลายฝ่าย การบริหารจัดการจึงต้องอาศัยมุมมองใหม่ที่เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กัน” นายจักรภพกล่าว

#จักรภพชูวิสัยทัศน์ปั้นแม่สอด #เมืองชายแดนระดับสากล